เที่ยวโตเกียวแบบคุ้มๆ งบไม่เกิน 15,000 บาท

ประเทศญี่ปุ่น เป็น Destinations ที่หลายคนอยากจะไปเยือนสักครั้งหนึ่ง เพราะความเป็นอยู่ของญี่ปุ่นนั้นสวยงาม ผู้คนน่ารัก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงอาหารการกินที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย วันนี้เลยอยากจะขอแชร์การเที่ยวโตเกียวแบบคุ้มๆ ในงบที่ไม่เกิน 15,000 บาทมาฝากกันค่ะ

ทริปนี้เริ่มต้นความคุ้มแรก คุ้มค่าเรื่องเวลา และคุ้มค่าเงินตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ ให้เลือกไฟลต์กลางวัน แทนไฟลต์กลางคืน รับรองว่าถูกกว่าปกติ 3,000 บาทเลยค่ะ อย่างในแอปพลิเคชั่นของสายการบินไทย ที่ตอนนี้มีไฟลต์บินมากมาย สามารถเข้าไปจองตั๋ว เช็กอินล่วงหน้า จะเลือกที่นั่งเอง หรือออก E-Boarding Pass ก็สามารถทำได้ พร้อมกับสิทธิประโยชน์และบริการเสริมของสมาชิก "Royal Orchid Plus" อีกมากมายเลยค่ะ เหตุผลที่ให้เลือกไฟลต์กลางวัน เพราะว่าถ้าถึงญี่ปุ่นในช่วงกลางวัน ประมาณ บ่ายสอง บ่ายสาม เราก็สามารถเช็กอินที่โรงแรมได้เลย ไม่ต้องเดินเที่ยวโดยแบกกระเป๋าหนักๆ ไปไหนมาไหน แถมยังช่วยประหยัดค่าฝากกระเป๋าอีกด้วย

คุ้มที่สอง คือ ที่พัก เราจะไม่ไปพักในเมือง แต่ขยับออกมานิดนึงที่ย่าน Nippori ค่ะ พักย่านนี้จะช่วยเซฟเงินได้อีกเพียบ เพราะเรามาทั้งหมด 5 วัน 4 คืน ตกคืนละ 2,000 บาท รวมทั้งหมด 8,000 บาทเอง ได้ที่พักสำหรับสองคนออปชั่นครบ แถมย่านนี้ก็อยู่ใกล้ๆ กับ  Nippori Station เป็นสถานีที่เชื่อมต่อรถไฟหลายสายเลย ห่างจากสถานีใหญ่อย่าง Ueno แค่สองสถานีเองค่ะ หรือจะเดินทางไป-กลับจาก Narita Airport ก็สะดวกสบาย ไม่ต้องแย่งกันลงและแย่งกันขึ้นที่ Ueno อีกด้วย

Yanaka Ginza (ตลาดแมว)

คุ้มที่สาม อาหารการกินไม่แพงอย่างที่คิด เพราะในย่าน Nippori มีร้านอาหารที่ราคาถูกมากแถมอร่อยด้วย ราคามื้อนึงครบเซตประมาณ 100 – 150 บาทเองค่ะ รวมๆ แล้วทั้ง 5 วันใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าน้ำ ประมาณ 2,300 บาท แล้วเดินเล่นในย่าน “**Yanaka Ginza (**ตลาดแมว)” เป็นย่านขายผ้าที่มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคไทโชตอนต้น (ยุค 1910) เป็นย่านที่รอดจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่าละแวกนี้เป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ ย่านนี้เป็นแหล่งขายผ้าและเครื่องมือตัดเย็บทุกชนิด ปัจจุบันมีร้านค้าเป็น 100 ร้าน ทั้งร้านขายของกิน ขนม อาหาร ของฝาก แฮนด์เมด งานฝีมือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมไปถึงของสดก็ยังมี และที่สำคัญที่ขึ้นชื่อว่าตลาดแมว เพราะในตลาดมีแมวเหมียวน่ารักๆ เดินให้เห็นเต็มไปหมด

ศาลเจ้าเนซุ

ใกล้ๆ กันก็สามารถเดินไปเที่ยว “ศาลเจ้าเนซุ (**Nezu Shrine)”** เดินถ่ายรูปเสาโทริอิสีแดงเรียงเป็นทางยาว ถ้ามาในช่วงปลายเดือนเมษายน จะเป็นฤดูที่ดอกซึซึจิ เป็นช่วงดอกไม้กำลังบานสวย และในช่วงนั้นนักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ แต่เรามาในช่วงใบไม้กำลังเปลี่ยนสี ทั้งแดง ส้ม เหลือง สวยงามไปอีกแบบ   

คุ้มที่สี่ นั่งรถไฟเข้าเมืองแบบคุ้มๆ เพราะที่พักของเราอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Nippori Station ทำให้เราสามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวในที่ต่างๆ ได้อีกเพียบ

  1. เที่ยว “**วัดอาสะคุสะ** (**Asakusa Temple)”** ไหว้พระ ขอพร กับวัดมีชื่อเสียงของเมืองโตเกียว
  2. ไปถ่ายรูปเล่นในย่าน “อากิฮาบาระ (**Akihabara)”** ย่านช้อปปิ้งสินค้า ทั้งพวกแฟชั่น ของเล่น เกม กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์ เกม และคาเฟ่อีกเพียบ สำหรับสาวก AKB48 Café และ Gundam Café รับรองถ่ายรูปกันจนฟินแน่นอน

วัดอาสะคุสะ

อากิฮาบาระ

3. นั่งรถไฟไปเที่ยวต่อในย่าน “ฮาราจูกุ (**Harajuku)”** ย่านขายเสื้อผ้า แฟชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องของการแต่งตัวจัดจ้านของวัยรุ่นญี่ปุ่น ที่จะแต่งคอสเพลย์เท่ๆ จากหนังและการ์ตูน ที่นี่มีขายทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ฯลฯ รวมถึงร้านเครปชื่อดังที่ใครไปก็ต้องได้ชิม และมีสถานีรถไฟฮาราจูกุสุดคลาสสิคเป็นแลนด์มาร์กที่ต้องมาถ่ายรูป

4. จากย่าน ฮาราจูกุ (Harajuku) เดินไปเที่ยวต่อที่ย่าน “ชิบูย่า (**Shibuya)”** ย่านศูนย์กลางของวัยรุ่นโตเกียว มีทั้งแหล่งช้อปปิ้งสินค้ามากมาย มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านแบรนด์เนมต่างๆ มีร้านอาหารชื่อดัง และสถานบันเทิงมากมาย ทำให้ที่นี่ไม่เคยเงียบเหงา มีแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง 5 แยกชิบูย่า ที่มีทางม้าลายให้คนข้ามกับจอโฆษณาขนาดใหญ่บนตึก ใครมาที่นี่ต้องรอแชะภาพ 5 แยกนี้ เก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงได้มาเยือนแล้ว

ฮาราจูกุ

ชิบูย่า

นี่เป็นที่เที่ยวแค่ส่วนหนึ่ง จากสถานที่ที่เราไป แต่รวมๆ แล้ว ค่าโดยสารรถไฟทั้งหมดประมาณ 1,000 บาทนิดๆ ในระยะเวลา 5 วันที่เรามาเที่ยวโตเกียว เรียกว่าเป็นการเที่ยวที่คุ้มค่ามากๆ ไม่ต้องกำเงินไปเยอะ แค่งบไม่เกิน 15,000 บาท ก็สามารถเที่ยวโตเกียวได้แบบครบเครื่องสุด ๆ

ติดตามรายการ Make Awake คุ้มค่าตื่น และ Update เรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้ที่ Facebook Fanpage : MAKE AWAKE “คุ้มค่าตื่น”

ขอขอบคุณข้อมูล